
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงนาม MOU กับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างแม็คโคร เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจ HoReCa ธุรกิจโชห่วย และธุรกิจรายย่อย ให้เติบโตไปด้วยกัน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจบริการ ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว พร้อมนำเข้าร่วมงาน makro HoReCa 2026 เปิดโอกาสทำธุรกิจ สร้างเครือข่าย สร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจ HoReCa ธุรกิจโชห่วย และธุรกิจรายย่อย ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า การลงนาม MOU ระหว่างกรม กับบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างแม็คโครในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ HoReCa ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจบริการ ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว โดยจะมีการช่วยเติมองค์ความรู้ เพิ่มทักษะ สร้างโอกาสทางการตลาด และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว ได้ถูกนำมาต่อยอดผ่านงาน “makro HoReCa 2026” มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหาร” ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.- 1 พ.ย.2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่รวบรวมทั้งองค์ความรู้ นวัตกรรม วัตถุดิบ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ได้เรียนรู้แนวโน้มตลาด พบปะคู่ค้า แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำแนวคิดใหม่ไปต่อยอดธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในยุคที่ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงเป็นเวทีที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่ธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมในการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจไทย
สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ที่ห้ามพลาดในงาน makro HoReCa 2026 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประกายไอเดียและยกระดับธุรกิจอย่างรอบด้าน เริ่มตั้งแต่การเผยเทคนิคทำอาหารขั้นสูงจาก 20 เชฟระดับแนวหน้าของเมืองไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการ พร้อมร่วมลุ้นไปกับการแข่งขันสุดยอดเชฟ makro HoReCa Champion เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเชฟไทยก้าวสู่เวทีระดับสากล และภายในงานยังรวบรวมมหกรรมสินค้า วัตถุดิบคุณภาพ และอุปกรณ์เครื่องครัวจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 ร้านทั่วประเทศ รวมถึงการเปิดประสบการณ์สัมผัสรสชาติระดับพรีเมียมกับร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จาก 4 ภูมิภาค ที่นำเสนออัตลักษณ์และภูมิปัญญาจากวัตถุดิบท้องถิ่น รวมทั้งยังมีเวทีผลักดัน Soft Power อาหารไทยและอัปเดตเทรนด์อนาคต ซึ่งจะเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการลดต้นทุน สร้างความแตกต่าง และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“การยกระดับธุรกิจ HoReCa ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่เศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และการแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับแม็คโคร จึงเป็นการผนึกพลังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเติมความรู้ เพิ่มทักษะ เปิดตลาด สร้างเครือข่าย ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมยกระดับมาตรฐานธุรกิจ เชื่อมโยงโอกาสทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในเวทีสากล อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ การจ้างงาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว”นายกิตติวัฒน์กล่าว
ปัจจุบันธุรกิจ HoReCa มีการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ดำเนินการอยู่รวม 43,582 ราย แบ่งเป็นกลุ่มโรงแรม (Hotel) 13,685 ราย กลุ่มร้านอาหาร (Restaurant) 29,132 ราย และธุรกิจบริการด้านจัดเลี้ยง (Catering) 765 ราย สามารถสร้างรายได้รวมตลอดปี 2568 กว่า 793,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่เข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมทั้งองค์ความรู้ และการเปลี่ยนแปลงของตลาด ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายและช่องทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมรองรับการแข่งขันในยุคใหม่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน


