Header Image
“ภูมิธรรม” เตรียมชง ครม. เห็นชอบ พ.ร.บ.ประมง ฉบับใหม่ ปลดไทยพ้นทาสไอยูยู
watermark

”ภูมิธรรม“ เผยเตรียมชง ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ.ประมง ที่รัฐบาลแก้ไขใหม่ หวังปลดไทยหลุดพ้นทาสไอยูยู คืนความเป็นธรรมให้ชาวประมง และฟื้นอุตสาหกรรมประมง พร้อมเรียกร้องอียู ช่วยเหลือเยียวยา “ปลอดประสบพ” ชี้ ผลแก้ปัญหาไอยูยูรัฐบาลก่อน ทำลายประมงไทย สร้างความเสียหายช่วง 7-8 ปี สูงถึง 3.2 ล้านล้านบาท
         
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงทะเลและอุตสาหกรรมการประมง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.การประมง เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมงไทยว่า รัฐบาลชุดนี้ จะแก้ไขพ.ร.บ.ประมง และกฎหมายระดับรอง ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ออกโดยรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งบางฉบับเป็นการออกโดยมาตรา 44 ล่าสุด การแก้ไขกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดำเนินการเร่งด่วนให้เสร็จสิ้นภายใน 99 วันแรกของรัฐบาล โดยเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลฯ ในวันที่ 15 ธ.ค.2566 จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเข้าสู่รัฐสภาได้ราวต้นปี 2567 เพื่อออกเป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะเดียวกัน ก็จะนำการปรับปรุงแก้ไขนี้เจรจากับสหภาพยุโรป (อียู) ด้วย
         
“ผมเคยหารือกับท่านทูตอียูประจำประเทศไทย แจ้งให้ท่านทราบว่า ที่ผ่านมา ไทยปรับปรุงแก้ไขการทำประมง เพื่อให้ถูกต้องตามกฎกติกาของอียู และระดับสากล แต่เป็นการทำลายอุตสาหกรรมประมงไทย ที่ครั้งหนึ่ง เราเคยเป็นเจ้าสมุทร หรือส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก อียูจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร เช่น มีเงินชดเชย ส่งคนมาให้ความรู้ด้านการทำประมง ผ่อนคลายกฎกติกาต่าง ๆ หรือไม่ เมื่อรัฐบาลนี้มา เราก็ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มประมง ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมั่นใจว่า กฎหมายนี้จะผ่านความเห็นชอบ และมีผลบังคับใช้ได้”

ทั้งนี้ เมื่อนำไปเจรจากับอียูแล้ว อียูจะเห็นด้วย หรือจะให้ธงเหลือง ธงแดงกับไทยอีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่จะต้องเจรจา เชื่อมั่นว่า จะเจรจาได้ เพราะนายปลอดประสพ สุรัสวดี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญเรื่องการประมงอยู่แล้ว จะเป็นหัวหน้าคณะเจรจากับอียู
         
นายปลอดประสพ รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลฯ กล่าวว่า ในการปรับปรุง พ.ร.บ.ประมง ที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ได้แก้ไขทั้งหมด 33 มาตรา ยกเลิก 2 มาตรา และเพิ่มเติมอีก 6 มาตรา รวมเป็น 41 มาตรา เช่น ประเทศไทย น่านน้ำไทย ต้องใช้กฎหมายไทย , ให้ความสำคัญกับอาชีพประมง ไม่ใช่โจร เพราะกฎหมายเดิม ชาวประมงเหมือนเป็นโจร หากทำอะไรผิดจากที่กฎหมายกำหนด ก็จะต้องถูกจับ หรือลงโทษ , ยกเลิกการจับแบบกวาดล้างไปทั่ว ส่วนบทลงโทษ จะปรับให้เหมาะสม ไม่หนักเกินไป เป็นต้น และคณะกรรมการประมงแห่งชาติ ยังได้ยกเลิกคำสั่งที่ไม่เห็นชอบด้วยกฎหมาย 8 เรื่อง หรือคำสั่งทาส ซึ่งเกี่ยวกับไอยูยู 3 เรื่อง ที่ให้อำนาจจับกุม ติดตามประมงผิดกฎหมาย
         
“การแก้ไขปัญหาไอยูยูของรัฐบาลก่อน ที่ออกกฎหมายแก้ปัญหาไอยูยูโดยไม่ศึกษาไตร่ตรองให้ดีก่อน เป็นการทำลายอุตสาหกรรมประมงไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการประมงถูกดำเนินคดีนับหมื่นราย มีเรือประมงกว่า 3,000 ลำ ถูกบังคับให้ต้องจอด อีกทั้งยังมีบทลงโทษที่รุนแรง อุตสาหกรรมเสียหายมากถึง 3-4 แสนล้านบาทต่อปี ในเวลา 7-8 ปีของรัฐบาลก่อน รวมความเสียหายสูงถึงราว 3.2 ล้านล้านบาท และยังกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่น โรงงานน้ำแข็ง ห้องเย็น สถานีน้ำมัน สะพานปลา ตลาดปลา แพปลา ท่าเทียบเรือ จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลนี้ต้องทำให้เสร็จภายใน 99 วันแรก เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ชาวประมง และฟื้นคืนชีวิตให้อุตสาหกรรมประมงไทย”นายปลอดประสพกล่าว


Line

คะแนนโหวต :
starstarstarstarstar
จำนวนการเข้าชม : 29,387